Numfon's profileprailada's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    May 23

    ดาด้า+ลูกบาส

    น้องด้า  แพนด้า  หรือดาด้า  ไม่ว่าจะเรียกเค้าว่าอะไร  ยังงัยเค้าก็คือน้องหมาพันธุ์บางแก้วตัวโปรดของบ้าน  ด้าเป็นน้องหมาที่ถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็น  มีสีขาวลายจุดสีดำ  ตาหยี  หน้าหวาน  ด้าเป็นเด็กไม่ดื้อ  อยู่ในครอบครัวที่ไม่ได้รักสัตว์เท่าไหร่  ไม่สิอาจจะเรียกได้ว่ารักแต่ไม่มีเวลาให้มากกว่า  ด้าเป็นลูกโทนหรือนัยหนึ่ง ด้าเป็นลูกสาวตัวเดียวที่มีชีวิตอยู่ให้เราเห็น เพราะหลังจากด้าเราก็ได้เห็นน้องชายตัวเดียวที่เป็นคลอกหลังจากด้า และหลังจากนั้นก็ยังไม่มีจนถึงวันนี้  ด้าเกิดเมื่อวันที่  19  ตุลาคม  2548  เราได้ด้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวตอนนั้นด้าหลายเดือนแล้ว โตเกือบเท่าแม่ ด้าเป็นเด็กฉลาดเปิดปิดประตูเองได้ ถ้าเป็นประตูมุ้งลวดด้าจะวิ่งชนเลย ด้าเป็นเด็กสอนง่าย เข้าใจอะไรได้ไว  ด้าตัวโตแต่เหมือนเด็ก ชอบเล่นต้องอุ้มและขี้งอลมากกกกก  จำได้ว่านาทีที่ต้องพลากลูกพลากแม่  เวลาที่จะต้องเอาด้ากลับบ้าน  ตอนนั้นอุ้มด้าไปหาแมม(แม่ของด้า) ให้เค้าร่ำลากัน  เราก็ได้แต่มองท่าทางของด้าและแมม  เ้ค้าคงเสียใจที่ต้องจากกัน แต่แมมก็ไม่ได้หวงด้าไว้เค้าคงเข้าใจ ส่วนเราก็สัญญากับแมมว่าจะดูแลด้าเป็นอย่างดี  ก็นะ พูดไปงั้นไม่รู้เหมือนกันว่าแมมจะเข้าใจมั๊ย คำสัญญาของคนเนี่ย มันไม่ใช่ภาษาของเค้านิ  ถ้าพูดภาษาหมาๆ ได้ก็คงดี...  ด้าขึ้นรถมากับเราโดยไม่มีอาการดื้อหรืองอแง ตลอดการเดินทาง 10 กว่าชั่วโมง   ด้ามาึถึงที่บ้านก็กลายเป็นสุดที่รักเลย  ด้าเป็นพี่ใหญ่ที่สุดในบ้านเป็นหมาตัวโตตัวแรกที่ได้มานอนกะคนในบ้านเรา  จำได้ว่าช่วงใหม่ๆ ที่ด้าเข้ามา พอให้อาหาร โดยมีการจัดเป็นสัดส่วนของใครของมัน  ด้าอยู่อีกจาน ตัวเล็กๆ ก็อยู่อีกจาน  แต่มีปัญหาก็ตอนที่น้องหมาตัวเล็กๆ มาแย่งของด้ากินนี่สิ  ด้าก็นะแยกเขี้ยวใส่ ออกแนวขู่คำรามด้วย  เราก็ปรามด้างัย เห็นว่าตัวโตก่าเยอะงิ  แล้วงัยหละพอห้ามด้าเท่านั้นแหละ ด้างอลเรย ไปอยู่ใต้ตุ้โน่น (เค้าคงคิดว่าของของเค้าตัวอื่นมาแย่ง ทำมัยเค้ากลายเป็นผิด เราคงลำเอียงรักตัวอื่นมากกว่า)  อยู่ใต้โต๊ะ ง้อก็ไม่ยอมออก จับขาก็ดึงขากลับกว่าจะง้อได้เกือบตาย ต้องจับมาอุ้มโอ๋อยู่พักใหญ่  ...ด้าก็น่ารักอย่างนี้เนอะ....
    ด้าเป็นกำลังของบ้านเรา  เป็นน้องหมาที่ไว้ใจได้ตลอดเวลา  คนมาบ้านก็กลัวด้านี้หละเวลาเข้ามาทีต้องตะโกนอยู่หน้าบ้าน ไม่งั้นมีหวังได้เลือด  ตอนกลางคืนด้าแทบไม่หลับไม่นอน คอยตระเวณเฝ้าบ้าน เดินดูแลความสงบทั้งหน้าและหลังบ้าน  ..อุ่นใจนะคะที่มีด้าอยู่อย่างนี้...
    ความประทับใจสำหรับชั้นที่มีต่อด้า จะให้พูดทั้งปีก็ไม่หมด เพราะด้ามีความน่ารักทุกตอน เป็นน้องหมาตัวแรกที่มารับตอนเรากลับ เป็นน้องหมาที่คอยส่งเราไปทำงานทุกเช้า  เป็นน้องหมาที่คอยเดินตามคอยไปกับเราทุกแห่งในบ้าน  ไม่ว่าจะทิ้งขยะ ไปให้อาหารลิง ด้าคือองครักษ์ที่ดีที่สุด อิอิอิ
    ด้าเป็นน้องหมาที่นิสัยดีมาก  เค้าจะนอนอยู่ที่แคร่ตรงหน้าต่างของครัว  เอาคางมาเกยที่ขอบหน้าต่าง  ทั้งๆ ที่อาหารโชยกลิ่นหอมใกล้ปากอยู่แล้ว แต่ด้าไม่เคยมีซักครั้งที่จะขโมยกิน  ต่อให้หิวแค่ไหนก็ได้แค่ส่งสายตาบอกเท่านั้น
    ด้ามีลูกชายสุดหล่อหนึ่งตัว ชื่อบาส  บาสเป็นขวัญใจของสาวๆ คงเป็นเพราะความอ่อนโยนของบาส ไม่ว่าสาวเล็กสาวใหญ่รุ่นไหนๆ ก็ชอบแต่บาสกันทั้งนั้น ถึงขั้นมุดท่อหากันเลยทีเดียว อิอิอิ เสน่ห์แรงจัด  บาสหน้าซื่อๆ ว่าง่ายเหมือนแม่ด้ามั๊ง  ทำครั้งที่บาสหนีเที่ยวหรือทำผิด แค่เราห้าม ด้าจะจัดการทันที สั่งสอนลูกว่างั้น  ดูแม่ลูกคู่นี้ น่ารักมากทีเดียว  ตอนกลางคืนก็คอยดูแลบ้านด้วยกัน  กลางวันก็เล่นกัน  เวลาเรากลับบ้านก็มารับด้วยกันทั้งแม่และลูก  เวลาหายไปก็หายไปคู่กันเช่นกัน

    วันที่ 8  พฤษภาคม  2552  (วันวิสาขบูชา)  เป็นวันที่แม่ลูกคู่นี้หายไป  หลังจากไปเห่าคนจิตใจเลวร้ายคนนึง  คนๆ นี้หาเรื่องหมามาหลายครั้งแล้ว คิดดูละกัน  เป็นคนแต่หาเรื่องทะเลาะกะหมา มานจะดีซักแค่ไหน??   เคยปาก้อนหินใส่ เคยคว้างมีดพร้าใส่  กะเพียงแค่หมาทำหน้าที่ของมัน  ผิดด้วยเหรอ?  ที่หมาจะเห่าคนนอกที่เข้ามาในเขตบ้านของมัน  ผิดรึงัยที่เค้าทำหน้าที่ของเค้า  คนที่ผิดยังไม่รู้ตัวแต่ยังมาทำร้ายสัตว์ของคนอื่นในบ้านของคนอื่น...คนเลวยิ่งกว่าสัตว์ เป็น ตชด. จิตใจโหดเหี้ยม แต่ว่าปอดแหก กล้าอวดเก่งกับคนที่ด้อยกว่าเท่านั้น คนแบบนี้เป็นผู้ชายก็ได้แค่ชายกระโปรงผุ้หญิง
    ด้ากับบาสหายไปอย่างไม่รู้ชะตากรรม หายไปในวันพระ  คนเลวคนนั้นทำอะไรกับด้าและบาสนะ  ไม่รู้ค่ะ  ไม่มีใครตอบได้นอกจากคนที่กระทำ คนที่เลวกว่าสัตว์คนนั้น  และบาสกับด้า  ตอนนี้ได้แต่หวังลมๆ แล้งๆ หวังว่าเค้ายังไม่ตาย และจะกลับมาหาเราในซักวัน  และหวังว่าคนที่ทำอะไรกับแม่ลูกคู่นี้จะได้รับกรรมสนองในเร็ววัน  คนเลวๆ ไม่สมควรอยู่บนโลกนี้นานๆ  อยุ่ไปก็หนักแผ่นดิน   ถ้าโลกมีคนจำพวกนี้เยอะๆ ประเทศชาติล่มจมกันพอดี คนที่ไม่มีเหตุผล  หวังแต่ประโยชน์ส่วนตัว  หลายๆ ครั้งที่ได้เห็นพฤติกรรมคนเลวคนนี้  แต่เราไม่อยากจะพูดอะไรมาก เพราะเค้าอยู่ในฐานะญาติและหลานของพ่อ  แต่วันนี้พ่อคงรู้แล้วใช่มั๊ยคะ ว่าหลานรักของพ่อคนนั้น คนที่พ่อเคยอภัยให้เค้ามาตลอด เค้าเลวแค่ไหน หลายครั้งที่เค้านำความลำบาก เดือดร้อน และความไม่ปลอดภัยเข้าสู่บ้านเรา เรายังอภัย แต่ตอนนี้เค้าได้ทำร้ายสัตว์เลี้ยงที่เรารัก ยาม  เกราะป้องกันบ้าน  เพื่อนคู่หูของเราไป  พ่อจะอภัยเค้าอีกมั๊ยคะ??



    January 16

    ความรักครั้งใหม่

    ความรักของชั้น คงเหมือนทุกคนกระมัง มีทั้งสุขและเศร้า
    เจ็บจากความรักที่ผ่านมา ช้ำปางตาย
    เจ็บเพราะใจเราเอง ที่ยังรักมั่นคง
    ในขณะที่เค้าเปลี่ยนแปลงไป
     
    ณ ตอนนี้คงไม่โทษใครสำหรับการเปลี่ยนแปลง
    ไม่โทษฟ้าดิน ที่ทำให้เราเจอกันแต่ต้องจาก
     
    ถึงต้องเจ็บแค่ไหน แต่มันก็ผ่านไปแล้ว...
     
    ขอบคุณความรักครั้งใหม่ที่ทำให้ชั้นผ่านช่วงเวลาที่เลวร้าย
    ผ่านฝันร้ายๆ ในครั้งนั้นมาได้
    ทุกวันนี้ความเจ็บปวดค่อยๆ จางไปเพราะเธอ
     
    สัญญานะ
    จะทำความรักครั้งนี้ให้ดีกว่าเดิม
    จะตอบแทนความรู้สึกที่ดีๆ ที่เธอให้มาด้วยใจทั้งดวงของชั้น
     
    อยากให้เธอรู้นะ
     
    "ชั้นรักเธอ  รักเธอ  รักเธอ"
     
     
    August 14

    Why??

    อยู่ๆก็เฉยชาต่อกัน แล้วทำเหมือนฉันเป็นคนอื่น
    อยู่ๆก็ทวงความสนิทคืน แล้วหยิบยื่นความไม่เข้าใจ
    ทั้งที่เราเคยเดินด้วยกันมาก่อน แต่ตอนนี้เธอกลับเดินกับคนใหม่
    บอกได้หรือเปล่า เหตุผลของการเปลี่ยนไป
    ฉันแค่อยากรู้ว่าทำไม… รักที่เคยมากมายจึงหมดลง

    ....บางครั้งเราก็อยากถามเหตุผลเหมือนกันนะ ว่าทำไม ทำไม …

    August 06

    ขอบคุณความเหงา ที่ทำให้รักเราแข็งแรง

    แม้ไม่ได้เจอกันทุกวัน
    แต่ก็ไม่ได้เป็นเหตุผลให้ฉันมีคนใหม่ 
     
    แม้เธอจะไม่โรแมนติกเท่าใครๆ
    แต่ก็ไม่ได้เป็นเหตุผลไม่ให้รักเธอ
     
     
    แม้บางครั้งความห่างจะทำให้เหงา
    แต่รักเราก็ยังแข็งแรงเสมอ
    เพราะ " รัก " ไม่ได้วัดจากจำนวนครั้งที่เจอ
    แต่วัดจากความเอาใจใส่ที่เธอมีให้มา
     
     
     
    จึงต้องขอบคุณความเหงา
    ที่ทำให้ระหว่างเรา ยิ่งเพิ่มคุณค่า 
     
    ขอบคุณความไกล ที่ช่วยพิสูจน์อะไรๆ ในเวลา
    โดยอย่างน้อยก็พิสูจน์ว่า...รักยังคงเดิม



    June 24

    for a better tomorrow‏

    ไม่ต้องสาธยายเกี่ยวกับตัวคุณให้ใครฟังหรอก
    เพราะคนที่ชอบคุณ ยังไงเขาก็ชอบ และไม่ต้องการฟังมัน
    แต่คนที่เกลียดคุณ ยังไงเขาก็ไม่เชื่อคุณหรอก

     

    มื่อคุณพูดแต่ว่าคุณยุ่ง คุณก็จะไม่ว่างเลย
    เมื่อคุณพูดแต่ว่าคุณไม่มีเวลา คุณก็จะไม่มีเวลาเลย
    เมื่อค ุณพูดแต่ว่าคุณจะทำในวันพรุ่งนี้ วันพรุ่งนี้จะไม่มีวันมาถึงเลย


    เรามักทำให้คนที่ใส่ใจเราต้องร้องไห้
    เรามักร้องไห้ให้กับคนที่ไม่เคยใส่ใจเรา
    และเรามักใส่ใจกับคนที่ไม่มีวันร้องไห้ให้เรา
    นี่คือความจริงของชีวิต เป็นเรื่องแปลกแต่จริง
    ถ้าเห็นคุณเห็นด้วย มันก็ยังไม่สายเกินแก้
     
    เวลาก็เหมือนสายน้ำ
    คุณไม่มีทางสัมผัสน้ำเดียวกันได้สองครั้งหรอก
    เพราะมันได้ไหลผ่านไปแล้ว
    มีความสุขกับทุกช่วงชีวิตของเราดีกว่า...

    จงรัก..ภักดี

    คนที่ใช่กว่า...
     
    เรามีเรื่องของคู่รัก 2 คู่มาเล่าให้ฟัง
    ทั้ง
    2 คู่ต่างก็เป็นคู่รักที่รักกันมาก
    ดูแลเอาใจใส่และเข้าอกเข้าใจกันมานาน
    7- 8 ปี
    เป็นคู่รักที่คนรู้จักต่างก็แน่ใจว่า
    อีกไม่นานก็คงได้ยินข่าวดีจากคู่รัก
    2 คู่นี้แน่ๆ
    แต่แล้ววันนึงก็เกิดเหตุการณ์เดียวกันขึ้นกับคู่รักท ั้ง
    2 คู่
     
    ….. เมื่อฝ่ายชายก็ได้พบใครใหม่ที่คิดว่า 'ใช่' มากกว่า
    ผู้หญิงคนใหม่ที่สวยกว่าและมีเสน่ห์มากกว่า
    ฝ่ายชายตัดสินใจคบดูใจด้วย โดยที่ยังไม่เลิกกับคู่รักเดิม
    ….
    ยิ่งคบเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่
    ผู้หญิงคนใหม่ที่คบกันมา
    2 - 3 เดือน กับคนรักคนเดิมใน 7- 8 ปีที่ผ่านมา
    เริ่มถ่วงดุลน้ำหนักที่เท่ากันบนตาชั่งการตัดสินใจขอ งเขา
    ทายสิว่า ชายหนุ่มทั้งคู่เลือกใคร
    เขาทั้งคู่เลือกผู้หญิงคนใหม่
    ….
     
    สิ่งที่ผู้ชายทั้งคู่ต่างหยิบยกมากล่าวถึงก็คือ คนรักคนเดิมที่เคยคบด้วย
    มีอะไรบางอย่างที่เขาไม่ค่อยชอบใจ อาจจะเป็นนิสัยส่วนตัวบางประการ
    แต่ในขณะที่คบกันมานั้น
    สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาพอรับได้เมื่อเทียบกับความดีอื่นๆ ที่เธอทำให้เขา
    และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักอย่างหมดใจที่เธอมีให้เข า
    แต่วันนึงที่พบผู้หญิงคนใหม่ อะไรที่เคยทนได้ก็กลับทนไม่ได้ขึ้นมา
    โดยเฉพาะเมื่อผู้หญิงคนใหม่ไม่ได้มีข้อเสียในจุดนั้น เหมือนคนรักเก่า

     
    แต่ข้อแตกต่างอยู่ที่ ผู้ชายคนที่ 1
    ถูกคนรักของเขาจับได้เองว่าเขามีผู้หญิงคนใหม่
    และเมื่อขาบอกว่าเขาเลือกผู้หญิงคนใหม่ เขาให้เหตุผลว่า

    '
    เขาดีกว่าคุณทุกอย่าง เขาคอยดูแลผม
    เขาเข้าใจผม(และที่สำคัญเขาสวยกว่า และใหม่กว่าคุณด้วย)
    '
     
    ส่วนผู้ชายคนที่ 2 … เลือกสารภาพกับคนรักว่า
    '
    ผมเป็นคนผิดเองที่นอกใจคุณ แต่คนที่ผมเลือกก็เป็นเขา
    ขอโทษนะ ผมผิดเอง ขอโทษจริงๆ
    '
     
    ถามคุณว่า ถ้าต้องเลือกระหว่างการปฏิบัติของผู้ชาย 2 คนนี้
    ….
    แบบไหนที่ดูเป็น ' ลูกผู้ชาย' มากกว่ากัน
    แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ถ้ามีทางเลือก
    ผู้หญิงเราคงไม่เลือกสักทาง จริงไหม
    เพราะถ้าเราเลือกได้จริงๆ เราก็ขอเลือกให้เขามีเราคนเดียวมากกว่า
    เราเชื่อว่า สิ่งที่คนส่วนใหญ่(อาจจะไม่ทุกคน
    แต่ก็เชื่อว่าเป็นจ ำนวนมาก)
    ต้องการมากที่สุดในการตัดสินใจที่จะรักและใช้ชีวิตอย ู่ร่วมกับใครสักคนแล้ว
    ก็คือความ
    'จงรัก' และ'ภักดี'
     
    คุณทมยันตี เคยกล่าวถึงคำทั้ง 2 คำไว้ และเราสรุปเป็นใจความได้ว่า
    '
    จงรัก' อาจจะมากมายในวัยหนุ่มสาว
    อาจจะร้อนแรง อาจท่วมท้นในยามแรกรัก
    แต่วันนึงอาจจะจืดจางได้ตามกาลเวลา
    แต่คนรักคู่ใดๆในโลกก็มักเริ่มชีวิตคู่ด้วยคำๆ นี้
    แต่
    'ภักดี' นั้นชั่วชีวิต
     
    ความจงรักหรือความรักนั้น เราเชื่อว่ามันไม่เข้มข้น ร้อนแรงตลอดไปก็จริง
    แต่มันคงเหลืออวลไอเป็นใยบางๆ ไว้ตราตรึงใจบ้างกระมังในยามที่เราหวนนึกถึงมัน
    แต่การที่คนสองคนอยู่กันมานานแสนนานขนาดนี้ ย่อมต้องมีความผูกพัน
    ความเห็นอกเห็นใจและเข้าใจซึ่งกันและกันบ้างไม่มากก็ น้อย
    สิ่งที่เราเห็นจากคู่รักทั้ง
    2 คู่ก็คือ
     
    ฝ่ายชายหมดความ 'จงรัก' ลงไป
    แต่ความรู้สึกอื่นๆ ล่ะ ความผูกพันของคนสองคน ความเห็นอกเห็นใจ
    ความเข้าอกเข้าใจที่เคยมี มันไม่เหลือพอที่จะผูกใจเขาให้อยู่กับเราแล้วหรือ
    คู่รักทั้ง
    2 คู่ เป็นคู่ที่เรารู้จักดีทั้ง 2 คู่ ตอนที่เขารักกัน
    เขาก็รักกันมาก เขาดูแลกันเป็นอย่างดี ตอนนี้เมื่อถึงจุดแตกหัก
    เราพอรู้ว่าฝ่ายหญิงจะเป็นอย่างไร
    พอเข้าใจว่าผู้หญิงที่รักและภักดีต่อฝ่ายชายแต่เพียง ผู้เดียวจะรู้สึกอย่างไร

     
    ผู้หญิง 1 ใน 2 คนนี้บอกกับฝ่ายชายตอนที่เขามาขอเลิกว่า
    '
    ไม่เป็นไร ฉันจะอยู่กับคุณก่อน จะอยู่ดูแลคุณอีกสักพักเพราะตอนนี้
    คนรอบข้างคุณและเพื่อนๆ ของเราไม่ค่อยมีใครอยู่ข้างคุณแล้ว
    พอเพื่อนๆ ของเรายอมรับผู้หญิงคนใหม่ของคุณได้แล้วฉันก็จะไป
    '
    แต่ฝ่ายชาย เราไม่รู้ว่าตอนนี้เขาจะคิดอย่างไร

     
    อาจจะกำลังมีความสุขกับผู้หญิงคนใหม่ ความรักอาจกำลังท่วมท้น
    อาจกำลังวางแผนสร้างอนาคตที่สดใสกันอยู่
    เขาอาจจะมีความรักที่รุ่งโรจน์กว่าที่ผ่านมาก็เป็นได้
    เราก็หวังไว้แต่ว่าวันนึง เขาคงจะไม่เจอคนที่
    'ใช่มากกว่า' อีก
    เพราะนั่นหมายถึง ผู้หญิงที่ต้องเสียใจจะเพิ่มขึ้นอีก
    2 คน
     
    ถ้าเราคิดจะมองหาคนที่ถูกใจ คนที่ 'ใช่' คุณเชื่อไหมว่า
    เราหาได้เกือบชั่วชีวิต

    แต่คนที่จะตรงใจคุณจริงๆ
    100% นั้น ไม่มีหรอก
    นอกจากคุณจะหยุดความต้องการที่ไม่มีข้อสิ้นสุดของตัว คุณเองลง
    เราเขียนจดหมายฉบับนี้ขึ้นมา ไม่ได้ต้องการบอกว่าใครผิดใครถูก
    แต่ต้องการให้คุณหยุดคิดสักนิดว่า อะไรในชีวิตที่คุณต้องการ
    อะไรที่เป็นสิ่งที่ยั่งยืนกว่ากัน

     
    มนุษย์เรา หากจะรักและคิดจะใช้ชีวิตร่วมกับใคร
    ก็คงจะต้องการเพียงแต่
    ' เพื่อนคู่ชีวิต' สักคน
    คนที่อยู่กับเราเสมอไม่ว่ายามทุกข์ยาก ลำบาก
    หรือผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน
    คนที่มองเห็นข้อเสียและข้อผิดพลาดของคุณ แต่ก็ยังรักและยังอภัยให้คุณได้เสมอ

    คนที่พร้อมจะอยู่กับคุณแม้คุณจะกลายเป็นตาแก่หัวล้าน พุงยาน หนังเหี่ยว
    เขาก็พร้อมที่จะแก่เฒ่าไปพร้อมกับคุณ

     
     
    แต่คนที่ว่ามานี้
    คุณมักลืมเขาในยามที่คุณยังมีความสุขอยู่

    ในยามที่ชีวิตของคุณยังเป็น
    'ผู้เลือก' ที่ถูกห้อมล้อมด้วยผู้ถูกเลือกได้อยู่
    ในยามที่คุณยังมีหน้าตา
    มีเครื่องประกอบชีวิตที่เป็นที่สนใจจากคนเหล่านั้นอย ู่
    คุณอาจจะต้องนึกถึงเขาอีกที ในยามที่คุณไม่มีใครแล้ว
    ในยามที่คนที่คุณคิดว่า
    'ใช่' เขาก็ไปกับคนใหม่ที่เขาก็คิดว่า 'ใช่'
    มากกว่าคุณเหมือนกัน

     
    ปล. เราหวังว่าจดหมายฉบับนี้ จะได้รับการส่งต่อให้คนทุกคนได้อ่านโดยทั่วกัน
    เพราะเราตั้งใจเขียนจริงๆ และเรื่องที่เขียนทั้งหมดก็เป็นเรื่องจริง
    และจะเป็นความกรุณามากถ้าทุกท่านจะช่วยส่งต่อๆ กันไปให้คนที่ท่านอยู่จัก
    อย่างน้อยสัก
    5 คน เราขออวยพรให้ความรักของทุกท่านจงประสบแต่ความสุขสมห วัง
    ขอขอบคุณจากใจจริง

    __________________
    ^_^. ...
    จงยิ้มไว้...แม้จะมีน้ำตา

    ...
    เมื่อผิดพลาดล้มเหลว
    อย่ามัวแต่หาข้อแก้ตัว
    ขอให้หาข้อบกพร่องจะดีกว่า(แล้วแก้ไขซะนะคะ)*
    _*
    March 04

    คน 1 คน

    คน 1 คน

    การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคน
    ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม

    สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือ

    "
    คน " เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น

    อย่าตั้งใจกับคน 1 คนมากเกินไป

    เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว

    อย่าคาดหวังกับ คน 1 คนมากเกินไป

    เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง ที่ทุกคนอยากให้เป็น

    อย่าให้เวลากับคน 1 คนมากเกินไป

    เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว. . . คนเดียว ....

    อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน 1 คนมากเกินไป

    เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง

    อย่าควบคุมชีวิตคน 1 คนมากเกินไป

    เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด

    อย่าบีบบังคับคน 1 คนมากไปกว่านี้

    เพราะถ้าคนๆนั้น หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้

    คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที

    เธอ. . . ลองมองดูฉันดีๆ ฉันมีลมหายใจ

    ไม่ใช่ภาพวาด ที่จะสวยงามอยู่ตลอดเวลา

    ฉันเองก็เป็น "คน" เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน. . . เช่นกัน

    ...
    อยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง...

    เวลากับความแตกต่าง

    อดีต
    วันวานที่ผ่านมา  ความรักของเราดูเหมือนจะราบรื่นหวานชื่นไปหมดซะทุกอย่าง  ทุกวันมีแต่เสียวหัวเราะ 
    ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน  เราจะคิดถึงกันตลอดเวลา   โทรศัพท์... ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องโทรหาแต่เค้าเท่านั้น 
    เค้าเองก็คงรู้สึกเหมือนกันกับเรา  รับสายทุกครั้งที่เราโทรหา  มีเวลานั่งคุยกันทั้งกลางวันและกลางตืน 
    ก่อนนอนจะต้องโทรคุยกันเป็นชั่วโมงๆ ไม่รู้จักเลย..คำว่าเบื่อ... 
    จนบางครั้งก็ยังอดนึกไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรนักหนาที่ต้องคุยกันเป็นชั่วโมง...  
    ถ้าจะวาง  ก็โน่นแหละง่วงจนทนไม่ไหว  วันไหนไม่ได้ยินเสียงกันก่อนนอน  เล่นเอานอนไม่หลับกันทีเดียว
     
    ปัจจุบัน
    เวลาที่มีให้กันลดลงอย่งเห็นได้ชัด  ในขณะที่เราโทรหา  เค้าเริ่มไม่ว่างรับสาย  งานยุ่งตลอดเวลา 
    ว่างเมื่อไหร่..นอนดีกว่า..คงเสียเวลาที่จะคุย 
    ก่อนนอน  ไม่ได้คุยกันจนเริ่มจะชิน  เพราะเค้าเหนื่อย  ต้องการพักผ่อน  ก้อคงมีแต่เราที่นั่งบ้าไม่หลับไม่นอน
    คอยกดโทรศัพท์หาเค้า  เพียงหวังว่าเค้าจะว่างรับสาย  อยากได้ยินเสียงเค้า 
    แต่จะมีประโยชน์อะไรในเมื่อปลายสายเค้าไม่อยากคุย  คงรำคาญเต็มที...
     
    เฮ้อ..  คิดอีกที  เป็นไปได้นะคนเรา  วันๆ เราเองก็ทำงานยุ่งจนแทบจะไม่มีเวลากินอยู่แล้ว 
    แต่กลับยังมามัวทำอะไรโง่ๆ คอยคนที่เค้าไม่ต้องการเราอยู่ได้  แก่ปูนนี้แล้วยังไม่รู้จักคิดอีก  เซ็งตัวเองหวะ
     
    ...แปลกดีเหมือนกันก่อนนี้ไม่ค่อยจะนอนดึกซักเท่าไหร่  แต่ไหงปัจจุบัน (แก่ขึ้น)  ดันทำอะไรก็ไม่ดูสังขารตัวเอง...
     
     
    คงถึงเวลาซะที  ที่ต้องกลับมาดูแลตัวเอง  อย่ามัวแต่ไปคิดถึงคนที่เค้าไม่คิดถึงเรามากนัก 
    นอนหัวค่ำเหมือนเก่าหนะดีแล้ว..เลิกคิดฟุ้งซ่านซะที...
     
    สำหรับเค้า....ควารักที่มีให้  คงต้องเก็บไว้ที่เก่า  รอวันที่เค้าพร้อมจะคุยกับเรา  น่าจะดีกว่า 
    อย่าไปบีบคั้นเค้าเลย  วันไหนที่เค้าอยากคุยกับเราเค้าคงโทรหาเอง  อย่าโทรจิกเค้าอีกเลยนะ 
    เดี๋ยวจะได้ยินน้ำเสียงเย็นชาเหมือนไม่เต็มใจจะคุยจากเค้า  แล้วมานั่งเสียใจอยู่คนเดียว  มันไม่คุ้ม จำไว้!!!!! 
     
     
    February 03

    คนสำคัญ

    คน ๆ นึง  ที่เราได้รู้จักกันด้วยความบังเอิญ  หลาย ๆ อย่างทำให้เรารักเค้า
    รัก...รักที่เค้าเป็นเค้า  รักทุกอย่างของเค้า 
    แต่ความรักของเราไม่ใช่การเป็นเจ้าของเค้า
    เพราะความรักไม่ใช่การครอบครอง 
    เราคิดอย่างนั้นมาตลอด  ให้สิทธิ์เค้า ที่จะเลือกจะตัดสินใจ
     
    ไม่เคยคิด ว่าการให้ความรู้สึกนี้กับเค้า  เคารพในการตัดสินใจของเค้า
    มันเป็นเหมือนข้อผิดพลาด...บกพร่อง..ของเรา
     
    เค้าบอก  "ถ้าถามอะไรไม่ได้  ให้เค้าคิดเอง  ตัดสินใจเอง  แล้วเราจะมีกันไว้เพื่ออะไร"
     
    อืม.. ในมุมของเค้าก็ถูก  คนสองคนจะคบกันเพื่ออะไรกันหละ  เพื่อแบ่งปันความรู้สึก
    เพื่อเป็นเพื่อนยามเหงา  เพื่อเป็นไหล่ให้ซบยามร้องไห้  เพื่อเป็นมือคอยดึงเวลาล้ม
    เพื่อเป็นส่วนเติมเต็มให้กันและกัน  และอีกมากมาย
     
    อันที่จริงความหมายของคำว่า "รัก" เราไม่รู้ความหมายของมันด้วยซ้ำ
    รู้สึกแย่  ....  ถ้าไม่มีรักเนี่ย  เราจะตายรึเปล่านะ??
     
    ถ้าเลิกกันคงเจ็บ  คบต่อเค้าคงเบื่อ  เซง  เหนื่อยกับการกระทำหลายๆ อย่างของเรา
    เค้าไม่ชอบ  ไม่พอใจ  เราเองก็ไม่รู้จะวางตัวยังงัย  "ความรักของเราเริ่มห่างเหิน
    ไม่เหมือนตอนรู้จักกันใหม่ๆ เค้าต้องระวังคำพูด  ไม่เป็นตัวเอง" เค้าพูด...
     
    ดูอึดอัดจังเลย
     
    กับการคบกันของเราเนี่ย... มันทำเค้าลำบากขนาดนี้เลยเหรอ??
     
    เราเองก็เหนื่อย....ไม่เคยรู้มาก่อนว่าความรักมันเหนื่อยขนาดนี้
    คนสองคน  ต้องปรับตัว  จูนความรู้สึกนึกคิด
    คนสองคน  ที่มีความต่าง
    คนสองคน  ที่บางครั้งก็ไม่รู้ว่าจะเดินต่อรึเปล่า
    การก้าวไปข้างหน้า  ไม่รู้จะเจออะไร  ต้องเหนื่อยว่านี้อีกมั๊ย?
    แล้ว  เรา   จะทนกับสิ่งต่างๆ รอบตัวได้แค่ไหน  ยังไม่รู้...
     
    ไม่อยากให้ความรักของเราต้องจบลง  แต่ไม่รู้ว่าจะเดินต่อยังงัยดี
     
    สับสนเหลือเกิน....
     
    December 19

    อกหักอีกแล้วเหรอเนี่ย?

    ความรักมันคืออะไรกันแน่เนี่ย?
    บางครั้งก็ทำให้คนเรามีความสุขจนบอกไม่ถูก
    หัวใจเต้นแรง จนแทบทะลุจากอก
    เวลาคุยกันมันช่างมีความสุขซะเหลือเกิน 
    เฮ้อ...เปลี่ยนแปลงคนทั้งคนได้จริงๆ นะเนี่ย
    ไม่นึกเลยว่า คนๆ นึง ที่เฉยชา ไม่มีใจใคร ไม่คิดจะมีความรัก
    เคยปฏิญาณกับตัวเองว่าจะอยู่เป็นโสด แต่แล้วมันก็ต้องแพ้เค้า
    เค้าคนนั้นที่ทำให้เรายิ้มได้ โหยหาทุกเวลา ไม่เห็นหน้าก็คิดถึง
    ถึงเห็นหน้าก็ยังรู้สึกว่าดูเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ อยากมองหน้าเค้าทั้งวัน
     
     
    November 01

    ยูกิ

    ยูกิ..แปลว่า หิมะ 
    เราได้ตั้งชื่อนี้ให้เค้า  เพราะสีของเค้าเป็นสีขาวนวล 
    ครั้งแรกที่ได้เห็น เค้าทำให้เราได้รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด
    อาจะเป็นเพราะสีขาว ที่ขาวกว่าส่วนอื่นตรงกลางหน้าลงมาถึงจมูก และหางของเค้า
    เหมือนน้องกังฟูจังเลยนะ^^
    น้องกังฟู น้องหมาสุดที่รัก น้องหมาที่ได้จากไปแล้ว
    เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำ ที่ดีๆ และช่วงเวลาที่แสนเศร้า ทุกครั้งที่นึกถึง...
    ครั้งนั้นเคยอยากตายเพราะน้องหมาจากไป ไม่ทานข้าวไม่ทานน้ำ วันๆ เก็บตัวอยู่แต่ในห้องและร้องไห้
    จนคนในครอบครัวต้องร้องไห้ตาม
    เหมือนบ้าเลยเนอะ รักอะไรจะขนาดนั้น
    แต่ก็นั่นแหละ ความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้นี่นา
    แปลกที่ความรู้สึก ห่างกันลิบลับกับหน้าตา ชนิดสวนทาง ห่างกันราวฟ้ากับดิน
    แต่คงไม่ผิดใช่มั๊ย? ที่หน้าตาอย่างนี้ จะอ่อนไหวง่ายดายกับเรื่องเล็ก ๆ น้อยๆ ในสายตาคนอื่น..
     
    ความรู้สึกผูกพันกับอะไรซักอย่างมากมาย...ใครบ้างนะ จะรู้สึกเหมือนเรา
    ตอนที่เสียน้องกังฟูไป
    ก็ยังบอกกับเค้าว่าอยากให้กับกลับมาเกิดที่บ้านอีกครั้ง
    น่าแปลก ที่สิ่งที่อธิบายไม่ได้มันได้เกิดให้เห็น เรารวมถึงคุณแม่ เห็นน้องกังฟู
    หลังจากที่เค้าจากไป 2-3 วัน ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว...  และไม่ใช่แค่แว๊ปเดียว
    เค้าเองก็คงผูกพันกับเรามากมายเหมือนกัน
    นั่นทำให้เรารู้สึกว่าเค้าไม่ได้จากไปไหน เค้ายังอยู่ใกล้ๆเรา..คิดอย่างนั้น...
     
    จนวันที่น้องยูกิเกิด ดีใจ เหมือนได้น้องกังฟูกลับมาอีกครั้ง
    เค้าน่ารัก และอ่อนแอเหมือนกังฟูไม่มีผิด
    หนึ่งเดือนผ่านไป เราได้แต่เฝ้ามองเค้าเติบโต และน่ารักขึ้นทุกวัน
    เค้าจำชื่อได้แล้วนะ  เรียกปุ๊บก็ลุกขึ้นวิ่งมาหาเลย น่ารักจริงๆ
     
    ใจหาย เมื่อได้ยินเค้าไอ ไม่สบายอีกแล้วเหรอ? 
    อยากจะพาไปหาหมอใจจะขาด  แต่ ณ เวลานั้น น้องหมาที่บ้านเป็นโรคลำไส้อักเสบ
    โรคติดต่อที่อันตรายต่อชีวิตบอบบางของลูกชายซะเหลือเกิน
    กลัวเค้าติด ไม่กล้าพาเค้าขึ้นรถไปหาหมอ กัวในรถมีเชื้อโรค
    เลยได้แต่บอกหมอ และเอายาให้เค้าทาน วันศุกร์นี้(2 พ.ย.50)จะครบสัปดาห์แล้วนะ
    แล้วพี่จะพายูกิไปให้หมอตรวจดูอาการ
     
    1 พ.ย. 50 พาน้องเนยกลับบ้าน ตอนเช้ายังเรียกยูกิทานยาอยู่เลย
    เรียกเค้าให้ทานยา รู้สึกนะ ว่าต้องเรียกนานกว่าปกติ กว่าเค้าจะออกมาทานยา
    แต่ก็คิดว่าเพราะยังเช้า ยูกิคงเพิ่งตื่นนอน..
    และเนื่องจากต้องรีบทำงาน เลยไม่มีเวลากลับมาดูยูกิตอนเที่ยง
    ตอนเย็นก็รีบเปลี่ยนรถ และไปรับน้องเนย  โดย ณ เวลานั้น ไม่รู้เลยว่า ลูกชาย..ยูกิ
    กำลังไม่สบาย....... หนัก
     
    พอกลับมาจากรับน้องเนย ความโง่บวกกับความละเลย (ที่ทำให้ต้องเสียใจอย่างนี้)
    ทำโน่นทำนี่ กว่าจะได้มาดูยูกิก็ปาไปเกือบ 2 ทุ่ม
    ตอนที่เห็นเรียกเค้า เค้าลุกขึ้นนั่ง ในสภาพไม่มีเรี่ยวแรง หัวเอียงไปมา
    ตกใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก หัวสมองมันตื้อไปหมด
    ได้แต่รีบหยิบโทรศัพท์ โทรหาหมอ ที่คิดว่าพึ่งได้...แต่แล้วก็ไม่!!
     
    หมอไม่รับโทรศัพท์  ทั้งๆ ที่เคยขอเบอร์หมอไว้ หวังเพียงถ้าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้
    เค้าคงจะพอช่วยอะไรได้ เค้าเคยให้ แต่ก็นั่นแหละกดเบอร์แล้วบันทึกรึเปล่าก็ไม่มีใครรู้
    นอกจากตัวของหมอคนนั้นเท่านั้น  เพราะหลังจากที่ขอเบอร์วันนั้น พอกลับไปที่บ้าน
    ลองกดดูเบอร์..มันไม่มี.. ขอใหม่หมอก็ไม่ให้  ได้แต่บอกให้โทรมาที่ร้าน "หมออยู่
    ต่อให้ปิดร้าน ม้นจะโอนไปข้างบน ไม่เป็นไรยังงัยก็มีคนรับ" นั่นคือสิ่งที่หมอบอกไว้
    แต่พอเอาเข้าจริงๆ โทรแล้วโทรอีกเป็น 10-20 รอบ ก็ไม่มีเสียงตอบกลับซักนิด...
     
    เข้าใจนะ ว่ามันหมอเวลางานแล้ว  หมอไม่รับก็ไม่ผิดอะไรหรอก  มันเป็นสิทธิ์ของหมอ
     
    แต่หมอจะเข้าใจมั๊ย  ว่าใครคนนึง ที่ต้องการความช่วยเหลือ มันกำลังจะตายอยู่ตรงนี้
    ใครคนนึง ต้องทนฟังเสียงร้องแสดงความทรมานของสิ่งมีชีวิตที่ตัวเองรัก มันทรมานใจแค่ไหน
    เจ็บแทนได้ก็อยากเจ็บแทน  การตาย ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่การที่ต้องเห็นคนที่รัก สิ่งที่รักทรมาน
    และจากไปมันน่ากลัวยิ่งกว่า...
     
    เมื่อคืนยูกิร้องด้วยความเจ็บปวดหลายครั้ง สายตาขอความช่วยเหลือ เค้าเงยมองหน้า
    "พี่ขอโทษนะ พี่ไม่รู้จะทำยังงัยแล้ว พี่จะช่วยยูกิยังงัย ได้โปรด สู้และอยู่ถึงเช้าได้นะ แล้วพี่จะพาไปหาหมอ "
    ได้แต่บอกเค้าอย่างนี้ ซ้ำแล้วซ้ำอีกทั้งคืน..
     
    แต่แล้วตอนเช้ายูกิก็ทนความเจ็บปวดไม่ไหว จากไปตอนประมาณ เกือบ 6 โมง
    เราต้องทนเห็นเค้าทรมาน เกือบ 10 ชั่วโมง โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยซักนิด นอกจากคอยให้กำลังใจ
    การรอคอยความหวังว่าเค้าจะรอด จบแล้ว  จบด้วยรอยน้ำตา... ร้องไห้ซะตาบวม...
     
    มันอดคิดได้หรอกนะ ว่าถ้ามีใครที่รู้เรื่องการรักษาแนะนำ เราอาจจะยื้อชีวิตเค้าได้
    ถึงแม้ยื้อไม่ได้จริงๆ แต่มันคงรู้สึกดีกว่านี้ถ้าได้ช่วยเค้าให้ถึงที่สุด 
    ไม่ใช่รอคอยให้เค้าจากไปโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย
     
    กังฟู...นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะ ที่ช่วยและรักษาชีวิตลูกชายไม่ได้...ขอโทษนะ...
     
     
    แต่ยังงัยก้อตาม
     
    ความรักความทรงจำมันจะไม่มีตายไปจากใจ  ...สัญญา...
     
     
     
     
     
    October 29

    รักคือการเสียสละ


              บทความ เคล็ดลับ ความรู้รอบตัว เรื่องน่ารู้ สำหรับนัก รัก ทั้งหลาย  เพราะคำว่า รัก มีอะไรมากมายซุกซ่อนอยู่ในนั้น ความรัก อาจจะ หวานชื่น ขมขื่น หรืออะไรอื่นๆ อีกหลากหลาย ที่จะทำให้คนรู้จัก รัก ได้สัมผัสและรู้สึกถึง ที่สำคัญ รัก คือ การเสียสละ เอาเป็นว่า ไปดูดีกว่า ความ รัก คือ การเสียสละ คืออะไร



              คำว่า "รัก" มีอะไรมากมายซุกซ่อนอยู่ในนั้น อาจจะหวานชื่น ขมขื่น หรืออะไรอื่นๆอีกหลากหลาย ที่จะทำให้คนรู้จัก "รัก" ได้สัมผัสและรู้สึกถึง…

              ความรักเริ่มจากความคิด

              เพราะความคิดเป็นจุดเริ่มต้นของความรัก บางที.. ความรักอาจทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงความคิดไปจากเดิม อาจทำให้คนเราต้องปรับปรุงในสิ่งที่เคยทำ เพียงเพื่อให้เข้ากับใครอีกคน

              ความรักทำให้เกิดความเคารพ ศรัทธา

              คุณจะไม่สามารถรักใครได้ ถ้าไม่รู้สึกเชื่อมั่นเสียก่อน และคนแรกที่คุณต้องศรัทธาเชื่อมั่นก็คือตัวเอง

              ความรักคือการให้ ถ้าคุณต้องการที่จะได้ความรัก

              สิ่งที่คุณต้องทำก็คือการให้ ยิ่งให้.. คุณก็จะยิ่งได้รับสูตรลับของความสุขและทำให้มิตรภาพยืนยาวที่คุณควรจะจำเอาไว้เสมอก็คือ อย่าถามว่าคนอื่นให้อะไรคุณบ้าง แต่ให้ถามว่าคุณทำอะไรให้คนอื่นบ้างจะดีกว่า

              ในความรักมีมิตรภาพซ่อนอยู่

              อยากได้รักแท้ ก็ต้องหาเพื่อนแท้ให้ได้เสียก่อน การจะรักกันได้ไม่ใช่แค่มองตา แต่อยู่ที่ว่า.. ต่างคนต่างมีอะไรที่ตรงกันหรือเปล่าหากจะรักใครอย่างจริงใจ คุณควรจะรักในสิ่งที่เขาเป็น ไม่ใช่แค่ภาพที่คุณเห็น มิตรภาพก็เหมือนกับปุ๋ยที่ช่วยทำให้ความรักเบ่งบานเติบโตทุกๆ วันนั่นเอง

              การสัมผัส ช่วยสานต่อความรักให้ดีขึ้น

              เคยรู้สึกดีใช่มั้ยเวลาที่มีใครโอบไหล่หรือกอดคุณ? การสัมผัส จึงเป็นการแสดงออกอย่างหนึ่งที่มีพลัง และช่วยทลายกำแพงแห่งความชิงชังไม่เข้าใจได้อีกด้วย น่าแปลกที่การสัมผัสสามารถเปลี่ยนแปลงอารมณ์ และท่าทีที่แข็งกร้าวให้เบาบางลงได้

              อยากรักต้องรู้จักปลดปล่อย

              ถ้าคุณรักใครจงปล่อยให้เขาเป็นอิสระบ้าง เพราะคุณเองคงรู้สึกอึดอัด ถ้ามีใครมาล่ามโซ่คุณ ดังนั้น จงเรียนรู้ที่จะให้อภัยและลืมอดีตที่ไม่ดี เรียนรู้ที่จะปลดปล่อยความกลัวภายในใจ เรียนรู้ที่จะยุติธรรมและลดทิฐิ รวมถึงเงื่อนไขต่างๆ ลงบ้าง

              ลองบอกตัวเองว่า.. นับแต่นี้ คุณจะทิ้งความกลัวทั้งหมด แล้วอดีตจะไม่มีผลอะไรต่อตัวคุณได้.. นับจากวันนี้ไป คุณก็จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่เสียที

              ชีวิตจะเปลี่ยนไป

              เมื่อเราเรียนรู้ที่จะเปิดใจให้กว้างและซื่อสัตย์ต่อกัน รวมถึง คุยกับคนรักอย่างเปิดเผย และกล้าที่จะพูดถ้อยคำวิเศษว่า "ฉันรักเธอ" โดยไม่ปล่อยให้โอกาสดีๆ หลุดลอยไป คุณควรจะบอกรักก่อนจากกันทุกครั้งเสมอ เพราะบางที นั่นอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะพบกัน!

              แก่นแท้ของความรัก คือการไว้ใจกัน

              ถ้าคุณไม่เชื่อใจกัน ใครคนหนึ่งจะรู้สึกระแวง กังวล และหวาดหวั่น ขณะที่อีกคนรู้สึกอึดอัดใจ ที่สำคัญ.. คุณไม่อาจรักใครจริงๆ ได้ ถ้าคุณไม่ไว้ใจเขาคนนั้นอย่างแท้จริ

    October 17

    เหนื่อย

    คนรับราชการอย่างเราๆ คงรู้สึกเหมือนกันกระมัง  ว่าช่วงนี้โคตรเหนื่อยเลย  ไม่สิ  เค้าเรียกว่าเหนื่อยโคตรๆ ต่างหาก
    ข้าวท่ง ข้าวเที่ยงก็ไม่ได้กินมันเลย มีกิจกรรมล้นเหลือ จะเป็นโรคกระเพาะก็คงจะช่วงนี้แล้วมั๊ง
     
    เคยคิด จะติดป้ายใหญ่ๆ หน้าโต๊ะที่ทำงาน  "อะไรก็กรู" ใช้แต่ฉ๊านน ทำงาน หันซ้าย หันขวา ไม่เจอใครตรูก็โดนตลอด  แต่พอคิดอีกที เกรงใจสองขั้นหวะ ><
     
    เฮ้อออออออออออออออออออออออออออออออ......  ถอนหายใจยาวๆ ซักหน  มันทำให้หายใจโล่งขึ้นเหมือนกันนะ
     
    เออ.. ตรูงานยุ่งนี่หว่า  แล้วมาบ่นไรในนี้เนอะ  ปายทำงานดีฝ่า  วู๊~

    ขอบคุณ

    อยากเป็นคนที่เธอให้ความรัก
    อยากเป็นนักคนที่เธอเฝ้าห่วงหา

    อยากเป็นคนที่เธอนั่งมองตา
    อยากให้รักนำพาเราพบกัน
    แต่ก็คงเป็นได้เพียงแค่ฝัน
    วันวันนั้นคงไม่มีมาทางมาถึง
    เพราะฉันมองเห็นใครคนหนึ่ง
    คนซึ่งเธอมอบรักให้ทั้งใจ
     

    ไม่สามารถ ไม่มีเลย
    ไม่อาจเทียบกับคนคุ้นเคยของเธอได้
    ไม่มีเลย ไม่มีอะไร อะไร
    ให้เธอหวังได้ เลยจริงๆ


    ป่าไม้อยู่ได้..เพราะ..น้ำ
    ลำธารไหลได้..เพราะ..สายฝน
    ดอกไม้แพร่พันธุ์ได้..เพราะ..สายลม
    แต่..ความรักอาจล้มได้..ด้วยสายตา


    เมื่อมีความรักในหัวใจ
    ใยถึงไม่มีความสุขสนุกสนาน
    ใยจึงมีแต่ความทุกข์ความร้าวราน
    เกิดแต่ความร้าวฉานในหัวใจ
    แต่ฉันเองก็อยากจะมีรักอยู่
    ก็อยากรู้ถึงความสุขความสดใส
    ก็รอรับสิ่งเหล่านั้นจากเธอตลอดไป
    ถึงเธอนั้นไม่อยากให้ฉันก็ตาม


    เหงาๆเปล่าเปลี่ยวเดียวดาย
    ข้างๆใจกายเงียบเหงา
    วันนี้ไม่มีสองเรา
    ความเหงาปลุกเร้าดวงใจ
    อ้างว้างว้าเหว่ทุกข์ทน
    ใจเอ๋ยใจคนอ่อนไหว
    ขาดแล้วตัดขาดเยื่อใย
    ที่เคยให้ไว้ซึ่งกัน
    อยู่ๆคนเดียวแล้วเศร้า
    ไม่มีแล้วเขาในฝัน
    ลืมเลือนลืมไปจากกัน
    ทิ้งฉันไว้ให้ตรอมตรม
    ไม่มีไม่มีอีกแล้ว
    ก็คงไม่แคล้วขื่นขม
    ความเหงาฝักใฝ่อารมณ์
    ตรอมตรมระทมตราบนาน

     

    ............................................................................................................................

    ขอบคุณสำหรับกลอนที่ส่งมาให้

    และอยากจะบอกคุณว่า..

    ขอบคุณนะ...สำหรับความรู้สึกดีๆ ที่เธอมอบให้ฉัน

    และ

    ขอโทษ...ที่รับมันไว้ไม่ได้จริงๆ

    เราเป็นเพียงแค่เพื่อนกันเถอะนะ.....ได้โปรด....อย่าคิดอะไรให้มันเกินกว่านี้เลย

    ขอโทษ...อีกครั้ง

    ที่บางคราวอาจทำให้เธอเข้าใจผิด

    และ

    ขอโทษจริงๆ  กับสิ่งที่ได้ทำลงไป.....ถ้ามันทำให้เธอต้องเสียใจ

     

    October 14

    เด็กดี

    มันเริ่มต้นมาจากไปหาซื้อของละลายทรัพย์ตัวเอง แล้วกระจายทรัพย์ให้คนอื่น....

     

    ตลอดจนไปส่งพี่ชายไปทำงาน เริ่มต้นชีวิตใหม่ ด้วยตำแหน่งที่ใหญ่กว่าเดิม

     

    เหมือนจะไม่มีอะไร  แต่แล้ว..  ก็มีจนได้ 

    คนที่นั่งรถด้วยกัน เริ่มจับผิด

     

    "ทำมัยคุยโทรศัพท์ได้ทั้งวันเนี่ย"    พี่มานถาม 

    "ก็เค้าโทรมาก็รับเด่" ตรูตอบ 

     

    สรุปวันนั้นทั้งวันอยู่กับแต่โทรศัพท์

    ไม่รวมถึงคนที่มาหาตามศูนย์การค้าอีก 2-3 คน 

     

    "แกรู้จักคนตามอำเภอนอกเขตเมืองมั่งมั๊ย" พี่มันถามอีกรอบ

    "ไม่เท่าไหร่" ตรูตอบมาน 

    "เออ...กรูว่าแล้ว"  มันพูดแค่นั้น  แล้วก็เดินไปซื้อของ....

     

    มันคิดไรของมันหว่า????  สงสัย... แต่ช่างมันเหอะ เราไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย

    มีคนมาหามันผิดตรงไหน(ยังไม่สำนึก)

    หลังจากนั้นก็ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยเหมือนเดิม... คิดไรไร้สาระทำมัย  รกหัว 

     

    แต่แล้ววันนึง ที่ทำให้รู้สึกสะดุดในใจ

     

    ก็คือคำพูดจากคนที่เรารักที่สุด  ... ท่านแม่  .....

    "แกกะล่อนนะ"  (หลังจากที่มีสายเข้าและทำให้แม่ต้องตอบคำถามแทน)

    โห..แค่ประโยคเดียว 

     

    .....สำนึกเลย.....

     

    ฉะนั้นของขวัญวันเกิดปีนี้  จะเป็นเด็กดีของแม่น๊า จะเป็นลูกทีดี

    ไม่ทำตัวให้แม่ปวดหัว  และไม่กะล่อน (ให้แม่เห็น) อีก  5555+

     

     

    ต่อไปนี้  สัญญากับตัวเอง.. จะไม่กะล่อน  จะเป็นคนรักเดียวใจเดียว

     

    จะไม่ทำให้ใครร้องไห้อีก  ..... สัญญา  ....

     

     

    ถึงแม้ใครๆ จะไม่เชื่อในตอนนี้  แต่เชื่อว่าเวลาจะพิสูจน์ให้เห็น ในซักวัน.....เนอะ